ข้อสอบ O-Net ภาษาไทย ป.6 ปี 2551 (สอบตอนกุมภาพันธ์ ปี 2552)

เฉลยและอธิบายโดย ออม

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  ๑-๕

        คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติ ๓ สิ่ง ได้แก่ สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย ดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกราชพฤกษ์ และสถาปัตยกรรมประจำชาติ คือ ศาลาไทย

        แม้ว่าคณะกรรมการฯ จะกำหนดให้ดอกราชพฤกษ์เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยแล้ว แต่มีผู้เข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการเรียกชื่อซึ่งมักสับสนกับพรรณไม้ในสกุลเดียวกัน อย่าง ชัยพฤกษ์ กัลปพฤกษ์ กาฬพฤกษ์

        ราชพฤกษ์ แปลว่า ต้นไม้ของพระราชา ด้วยชื่อที่มีความหมายโดดเด่นและเป็นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีเหลืองอร่ามตา ดอกราชพฤกษ์จึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติไทย

(ที่มาจาก องค์ความรู้ภาษาไทย โดย ราชบัณฑิตยสถาน)

 

๑. ข้อความข้างต้นใช้โวหารประเภทใดในการเขียน

ก.  สาธกโวหาร                               ข.  อุปมาโวหาร

ค.  บรรยายโวหาร                            ง.  พรรณนาโวหาร

(เฉลย ค. บรรยายโวหาร เพราะข้อความนี้ไม่มีการยกตัวอย่าง(สาธก) ไม่มีการเปรียบเทียบ (อุปมา) และไม่ได้ใช้ถ้อยคำที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน (พรรณนา) เป็นเพียงการบอกเล่าเรื่องราวธรรมดา)

๒. สาระสำคัญของข้อความนี้เกี่ยวกับเรื่องใด

        ก.  ดอกไม้ประจำชาติไทย                     ข.  ศาลาไทย

        ค.  ช้างไทย                                        ง.  ชาติไทย

(เฉลย ก. ดอกไม้ประจำชาติไทย เต็มๆเลยค่ะที่ย่อหน้าที่สองและสุดท้าย กล่าวถึงแต่ดอกราชพฤกษ์)

๓. ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น

ก.  ดอกราชพฤกษ์เป็นดอกไม้ประจำชาติ    

ข.  ราชพฤกษ์แปลว่าต้นไม้ของพระราชา

ค.  ราชพฤกษ์มีชื่อซึ่งมีความหมายโดดเด่น          

ง.  ดอกราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นมีดอกสีเหลือง

(เฉลย ค. ราชพฤกษ์มีชื่อซึ่งมีความหมายโดดเด่น

ข้อคิดเห็น คือ สิ่งที่เป็นความคิดของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกันก็ได้ ถูกหรือผิดก็ได้ เพราะเป็นความคิดเห็น

ข้อ ก. เป็นข้อเท็จจริง ข. ก็เป็นข้อเท็จจริง ง. ก็ยังคงเป็นข้อเท็จจริง เพราะเป็นข้อมูลจริง เห็นๆกันอยู่ ส่วน ค. นั้นบอกว่าราชพฤกษ์มีชื่อโดดเด่น ซึ่งบางคนอาจคิดว่ามันไม่โดดเด่นก็ได้ค่ะ มันเลยเป็นความคิดเห็น ^^)

๔. "คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย"

กำหนดมีความหมายตรงกับข้อใด

ก.  ตราไว้                                     ข.  แต่งตั้ง

ค.  เจาะจง                                    ง.  ระบุ

(เฉลย ก. ตราไว้          ข้อนี้แอบยากนะคะสำหรับเด็ก ป.6 เราไม่ได้พกพจนานุกรมเข้าไปสอบด้วย ข้อนี้เล่นถามความหมายคำกันเลยทีเดียว ถ้าเป็นแบบนี้ให้ดูที่บริบทของเนื้อหา

แต่งตั้ง คือ การยกย่อง ให้มียศ

เจาะจง และ ระบุ มีความหมายเดียวกันค่ะคือ มุ่งไป ตั้งใจเฉพาะ

แล้วมันเกี่ยวกับการกำหนดเอกลักษณ์ของชาติไหมคะ ไม่เกี่ยว!!!!!

เพราะฉะนั้นต้องเป็นคำว่า ตราไว้ เพราะ ตราไว้ คือกำหนดสิ่งที่เห็นชัด สัญลักษณ์ คือตราไว้ให้รู้กันไปเลย)

๕.  ข้อใดถูกต้องตามเนื้อเรื่อง

ก.  ราชพฤกษ์นิยมปลูกในประเทศไทย              

ข.  ราชพฤกษ์มีชื่อเสียงและดอกเป็นมงคล

ค.  ราชพฤกษ์ให้ร่มเงาและออกดอกตลอดปี          

ง.  ราชพฤกษ์เป็นเครื่องหมายของพระราชา
 
(เฉลย ข. ราชพฤกษ์มีชื่อเสียงและดอกเป็นมงคล 
จากข้อความเขาไม่ได้บอกสักนิดว่านิยมปลูกที่ไหน ไม่ได้บอกเลยว่าออกดอกออกผล ร่มเงาเป็นอย่างไร - -" และก็ไม่ได้บอกเลยว่าเป็นเครื่องหมายของพระราชา เขาแค่บอกว่า หมายถึง ต้นไม้ของพระราชา อ่านดีๆนะคะ
เพราะฉะนั้นตอบ ข.)

๖.  ข้อใดแบ่งจังหวะการอ่านบทร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง

        ก.      มีสลึง / พึงประจบ / ให้ครบบาท //   อย่าให้ขาด /สิ่งของ / ต้องประสงค์ //

                จงมักน้อย / กินน้อย / ค่อยบรรจง //        อย่าจ่ายลง / ให้มาก / จะยากนาน //

        ข.      มีสลึง / พึงประจบให้ / ครบบาท //   อย่าให้ขาด / สิ่งของต้อง / /ประสงค์ //

         จงมักน้อย /  กินน้อยค่อย / บรรจง //      อย่าจ่ายลง / ให้มากจะ / ยากนาน //

        ค.      มีสลึงพึง / ประจบ / ให้ครบบาท //   อย่าให้ขาด / สิ่งของ / ต้องประสงค์ //

         จงมักน้อย / กินน้อย / ค่อยบรรจง //       อย่าจ่าย / ลงให้มาก / จะยากนาน //

        ง.      มีสลึงพึง / ประจบให้ / ครบบาท //   อย่าให้ / ขาดสิ่งของ / ต้องประสงค์ //

         จงมักน้อย / กินน้อยค่อย / บรรจง //       อย่าจ่ายลง / ให้มากจะ / ยากนาน//

(ตอบ ก. เพราะจากตัวเลือกนี้เป็นคำประพันธ์ประเภทไหนคะ ใช่แล้ววววว อ่านดูดีๆนี่คือกลอนสุภาพหรือที่เราเรียกกันว่ากลอน ๘ นั่นเอง แล้วกลอน ๘ เขาอ่านกันยังไง

กลอน ๘ จะเว้น แบบนี้ค่ะ ๐๐๐/๐๐/๐๐๐ อ่านแบบนี้ทุกวรรค แต่ แต่ แต่ และแต่ ข้อยกเว้นของกลอน ๘ คืออะไรคะ เขาอนุโลมให้วรรคหนึ่งมีคำได้ตั้งแต่ ๗-๙ คำ ถ้าวรรคไหนมี ๗ คำ ให้อ่าน ๐๐/๐๐/๐๐๐ แต่ถ้ามี ๙ คำให้อ่าน ๐๐๐/๐๐๐/๐๐๐ ทั้งนี้ทั้งนั้นให้สังเกตคำดีๆนะ ถ้าเป็นคำๆเดียวก็อย่าอ่านฉีกคำเด็ดขาด)

๗.  คำประพันธ์จากข้อ ๖ เป็นคำประพันธ์ประเภทใด

        ก.  กลอนสักวา                                       ข.  กลอนสุภาพ

        ค.  กลอนบทละคร                                ง.  กลอนดอกสร้อย

(ตอบ ข. กลอนสุภาพ สังเกตได้ว่า วรรคหนึ่งมี ๘ คำค่ะ ^^ มี ๔ วรรคนั่นคือ ๑ บท)

๘.  บทร้อยกรองนี้ (ในข้อ ๖) ให้ข้อคิดในเรื่องใด

ก.  การคบเพื่อน                              ข.  การดำเนินชีวิต

ค.  การรับประทาน                           ง.  การประกอบอาชีพ

(ตอบ ข. การดำเนินชีวิต

จากเนื้อหาของกลอนนะคะเขาพูดถึงเรื่องการใช้เงินใช่ไหมคะ ให้เรารู้จักอดออม ใช้เงินประหยัด ใช้เงินมากชีวิตจะลำบากนะคะ แล้วมันเกี่ยวกับการคบเพื่อนไหมนะ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารหรือเปล่า เกี่ยวกับการประกอบอาชีพใช่ไหม ก็ไม่ใช่นะ เพราะฉะนั้นตอบ ข . การดำเนินชีวิต การประหยัดเงินเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตไงคะ)

๙.  มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท "ประจบ" ในที่นี้มีความหมายอย่างไร

ก.  เพิ่มให้เต็ม                                 ข.  ชิดติดต่อกัน

        ค.  เอาอกเอาใจ                               ง.  เข้ากันสนิท

(ตอบ ก. เพิ่มให้เต็ม

ประจบให้ครบ จากกลอนก็บอกแล้วว่าต้องทำให้ครบ แล้วยังไงมันถึงจะครบ คือเพิ่มนั่นเองค่ะ)

อ่านคำแนะนำหนังสือต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑๐ – ๑๑

        เพื่อนรัก 

แนวเรื่อง วรรณกรรมเยาวชน 

พิมพ์ครั้งที่ ๒ 

ราคา ๑๘๐ บาท 

        การผจญภัยของสามสหายหญิงชาย ที่โชคชะตากำหนดให้มาพบกัน ด้วยความแก่นแก้วโลดโผน ทั้งสามจึงชวนการหนีออกจากบ้าน ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นสะพรึงกลัว และความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

 
๑๐.  ข้อใดเป็นข้อบกพร่องที่สุดของคำแนะนำหนังสือนี้

        ก.  ไม่แจ้งชื่อผู้แต่ง                            ข.  ไม่แจ้งชื่อผู้พิมพ์

        ค.  ไม่แจ้งชื่อสำนักพิมพ์                      ง.  ไม่แจ้งจำนวนหน้าของหนังสือ

(ตอบ ก. ไม่แจ้งชื่อผู้แต่ง

การแนะนำหนังสือนะคะ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ชื่อหนังสือกับชื่อผู้แต่ง ไม่บอกแล้วจะรู้ไหมคะว่าใครแต่ง ถ้าเรารู้ทั้งชื่อหนังสือและคนเขียน มันจะง่ายต่อการค้นหาข้อมูลค่ะ)

๑๑.  ข้อใดเป็นหลักฐานแสดงว่าเรื่องเพื่อนรักเป็นวรรณกรรมที่ผู้อ่านให้ความสนใจ

        ก.  ชื่อเรื่อง                                    ข.  แนวเรื่อง

        ค.  ราคาของหนังสือ                       ง.  จำนวนครั้งในการพิมพ์

(ตอบ ง. จำนวนครั้งในการพิมพ์

จำนวนครั้งในการพิมพ์จะบอกถึงความนิยมของหนังสือเล่มนั้นค่ะ เพราะถ้าไม่ขายได้เยอะ คงไม่พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกค่ะ เปลืองทรัพยากรค่ะ)



 

 

 

 

edit @ 26 Jan 2011 15:19:22 by aomvila

edit @ 28 Jan 2011 13:30:02 by aomvila

หลังฝนตก...

posted on 14 Jun 2009 23:07 by aomvila in ProfitLife

คว้ามือถือได้ก็บันทึกความสวยงามไว้ได้เท่านี้

RAINBOW

 

 

 

 

 

 

edit @ 4 Feb 2010 19:27:24 by aomvila

เช้าวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2552 วันนี้เกือบตาย

        ฝึกสอนทุกวันๆชีวิตก็ย่ำแย่พอแล้ว วันนี้ยังมาเจอเรื่องไม่เข้าท่าอีกแต่เช้าเลย เรื่องของเรื่องคืออยากไปให้ถึงโรงเรียนเร็วๆ จะได้ไปช่วยอาจารย์พี่เลี้ยงคุมเด็กเข้าแถว ออกจากหอไปโบกพี่วินไปบีทีเอสเลยพี่ ด่วน

        พี่วินมาส่งที่สถานีสนามกีฬา เราจะไปพญาไท อ่ะ เดี๋ยวไปต่อที่สยาม ก็ขึ้นไปมองมาข้างล่าง โอ้โหรถติดมากๆ จะแปดโมงแล้วนี่ ไม่เป็นไร วันนี้ไปบีทีเอส สองสถานีก็ถึงแล้ว

        เข้าไปในรถ ขบวนนี้ก็ไม่ออกสักที มีเสียงประกาศในรถว่า ขออภัย เนื่องจากขบวนรถมีความขัดข้อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า คงให้อภัยนะถ้าไม่ต้องเจออะไรอย่างวันนี้

        ได้ฤกษ์ออกตัว ไปที่สถานีสยาม ด้วยเหตุที่มันขัดข้องเป็นเวลาสักพักใหญ่ กว่าที่ขบวนนี้จะมาที่สยามได้ คนที่สถานีสยามก็รอขึ้นกันเป็นร้อยเป็นพัน ณ นาทีนั้น พอเสียงในรถดังบอกชื่อสถานี สยาม ท่านสามารถเปลี่ยนขบวนรถไปสายสุขุมวิทได้ที่สถานีนี้ ขอเปลี่ยนใหม่ว่า สยาม ท่านอาจตายได้ที่สถานนี้ เพราะช่วงที่ขบวนรถชะลอจะจอด ภาพที่เห็นอยู่ภายนอกคือ ประชาชีนับร้อยพันชีวิต กำลังรอขึ้นขบวนที่เรานั่งมา โอ้โห เยอะมากกกกก ไม่เคยเห็นคนที่บีทีเอสมากขนาดนี้ ในใจตอนนั้นยังไม่คิดอะไร ก็เดินไปรอปากประตู เตรียมออก ตามปกติ

        แต่แล้ว เหตุการณ์มันฉับพลันมาก ประตูที่เราออกมีคนออกแค่สามคน คนแรกนั้นออกไปได้แล้ว ส่วนเราและมีพี่ผู้หญิงอีกคนประสบกับทสึนามิคนโหมกระหน่ำ ซ้ำซัด พัดโถม โรมรันแฟนแทง เหยียบย้ำให้ตายคาตีนเลยดีมั้ย คือแบบว่า ออกไม่ได้อ่ะ พอพยายามจะดันพาร่างตัวเองออกไปก็ออกไม่ได้อ่ะ โดนผลักกลับเข้ามาในรถอีกรอบเราก็พยายามดันออกไปอีก ติดอยู่ตรงประตู กลัวก็กลัว ตกใจก็ตกใจ ปากก็ได้แต่บ่น เฮ้ย ออกไม่ได้อ่ะๆๆๆ ไม่มีใครสนหรอก เพราะเขารีบ เขาต้องขึ้นให้ได้ เขาไม่สนว่าจะเหยียบใครหรือไม่ พวกเขาเป็นตัวของตัวเองมาก บทกูจะขึ้นก็ต้องขึ้นให้ได้ ต่อให้ต้องเหยียบคนตายก็ต้องขึ้น

        ณ เวลานั้น ตกใจแบบจะร้องไห้อยู่แล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่บีทีเอส ไม่มีเสียงประกาศให้คนหลีกทางให้คนออก ทั้งโมโห ทั้งกลัวโดนประตูหนีบ เข้าใจเลยว่าเวลาเกิดเหตุการณ์คนเหยียบกันตายมันเป็นแบบนี้นี่เอง คนคนเดียวต้านแรงคนเป็นร้อยไม่ไหวหรอก ตอนนั้นพยายามตั้งตัวให้คงที่มาก ถ้าพลาดล้มหงายหลังไปนี่ดับอนาถแน่ๆ นึกไปก็ดีนะ แกดังแน่ ไอ้บีทีเอส กรุงเทพมหานคร แต่ ไม่ ไม่เอา เรายังตายไม่ได้

        อย่างไรแล้วก็รอดมาได้ มีคนข้างในช่วยผลักดันออกมา ช่วยตะโกนบอกคนให้หลบทางให้คนออกก่อน แต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครฟัง ก็เขารีบอ่ะ เขาจะขึ้น จนในขบวนรถมันเต็มเอียดนั่นแหละ แบบคนเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว เราถึงฝ่าพลังฝูงชนไร้ระเบียบออกมาได้ ด้วยความมึนงง ตกใจ หัวหมุน เสื้อผ้ายับเยิน ดีที่ข้าวของไม่หลุดลอยเข้าไปในขบวนอีกรอบ สติสตังตอนนั้นขาดลอยพาตัวเองเดินลิ่วออกมารีบขึ้นรถอีกขบวนที่มาพอดี ก้าวเข้าไป ประตูปิดได้ ถอนหายใจเฮือกกก สถานีต่อไป ชิดลม เน็กซ์สเตชั่น ชิดลม ว๊ากกกก กูจะไปพญาไท!!!!!!!!!

        เวรกรรมแท้ นี่มันอะไรกันนี่ แทนที่วันนี้จะไปเช้าๆ กลับต้องสายเพราะเหตุการณ์แบบนี้ ทำไมนะ ทำไมคนเราถึงไร้ระเบียบ เห็นแก่ตัวกันขนาดนี้ นี่ถ้าเราล้มลงโดนเหยียบตายคาประตู จะมีใครช่วย หรือสำนึกผิดบ้างไหม คงไม่มั้ง ตลกสิ้นดี มันจะตายหรือไงแค่ให้คนข้างในออกมาก่อนแล้วค่อยเดินเข้าไปด้านใน คิดแล้วเศร้ายิ่งนัก เมืองก็ออกเจริญ แต่มันกลับเจริญแค่วัตถุ จิตใจคนไม่เจริญตามเลย ไร้ระเบียบวินัย แก่งแย่งกันตลอดเวลา อะไรนะ อะไรที่มันทำให้คนเราเป็นแบบนี้ สภาพสังคมที่วุ่นวายมันคงบีบบังคับให้คนต้องเอาตัวรอดละมัง

        กรุงเทพช่างไม่น่าอยู่เอาซะเลย ลองเถอะ ถ้าอยากรู้ว่าสภาพเมืองหลวงของเราน่าสมเพชขนาดไหน ลองยืนอยู่นิ่งๆ เฉยๆ สักที่ที่ใดที่หนึ่งในกรุงเทพ เราจะได้เห็นภาพหลายภาพที่น่าสังเวชใจ อยากจะหนีไปพ้นๆ ทุกคนก็มัวแต่ไหลไปตามกระแสสังคมที่ยุ่งเหยิง ไม่มีทางรู้หรอกว่าตอนนี้สภาพสังคมเมืองมันแย่แค่ไหน ถ้าลองได้ยืนเฉยมองผู้คนผลุกผล่านเดินไปมานั่นแหละ จะได้เห็นอะไรมากมาย คนเดินชนกันแต่ไม่มีคำขอโทษเล็ดลอดออกมาจากปาก ผู้ชายวิ่งตัดหน้าผู้หญิงแย่งขึ้นรถเมล์ วัยรุ่นเดินกระแทกไหล่คนแก่ เสียงบีบแตรรถไล่กัน เหตุเพราะคันหลังรีบแต่คันหน้ามันติดไฟแดงอยู่ มึงเข้าใจบ้างมั้ยห๊า

        เศร้า บอกได้คำเดียวว่า เศร้า ได้แต่มองภาพเหล่านี้แล้วถอนหายใจ บางครั้งโมโหก็ด่าสาปแช่งไอ้พวกเห็นแก่ตัวพวกนี้อยู่ในใจ นี่หรือมหานคร...เมืองใหญ่แต่ใจโคตรแคบเลย

แนะนำให้ไปฟังเพลง มหานคร ของ artfloor ประกอบ ใช่เลยที่ว่า ...กับชีวิตที่ต้องอดทน กับตึกรามที่ไม่เหมือนคน ช่างยิ่งใหญ่ แต่มันไร้สัมพันธ์แน่นหนา...

 

edit @ 26 Jan 2011 14:46:26 by aomvila